อยากเปลี่ยนโรงงาน Extrusion เจ้าใหม่ ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง? 

เมื่อโรงงานต้องการ เปลี่ยน Supplier ผู้ผลิตงาน Extrusion หรือกำลังมองหา Second Source เพิ่มเติม คำถามแรกที่มักเกิดขึ้นคือ 

“เราต้องเตรียมข้อมูลอะไรส่งให้โรงงาน Extrusion เจ้าใหม่บ้าง?” 

หลายบริษัทอาจมีชิ้นงานที่ผลิตอยู่แล้ว แต่ข้อมูลที่มีในมือแตกต่างกัน บางรายมี Drawing ครบ บางรายมีเพียง Specification หรือบางครั้งมีเพียง Sample ชิ้นงานเดิมเท่านั้น 

ในความเป็นจริง ไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลทุกอย่างครบตั้งแต่เริ่มต้น โรงงาน Extrusion สามารถเริ่มประเมินความเป็นไปได้จากข้อมูลที่มีอยู่ก่อนได้ 

แต่ยิ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับชิ้นงานครบมากเท่าไร ก็ยิ่งช่วยให้ Supplier รายใหม่ประเมิน วัสดุ กระบวนการผลิต แม่พิมพ์ ราคา และระยะเวลาในการพัฒนา ได้แม่นยำขึ้น 

บทความนี้จะพาไปดูว่า หากกำลังจะเปลี่ยน Supplier งาน Extrusion ควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง 

ข้อมูลอะไรที่ควรส่งให้โรงงาน Extrusion เจ้าใหม่

ข้อมูลพื้นฐานที่ช่วยให้ Supplier เข้าใจชิ้นงานและประเมินความเป็นไปได้ในการผลิต มีดังนี้

1. Drawing หรือแบบของชิ้นงาน

หากมี Drawing ของชิ้นงานอยู่แล้ว ควรส่งให้โรงงานตรวจสอบเป็นข้อมูลแรก เพราะ Drawing ช่วยให้เห็นรายละเอียดสำคัญ เช่น 

  • รูปร่างหน้าตัดของชิ้นงาน 
  • ความกว้าง 
  • ความสูง 
  • ความหนา 
  • ขนาดช่องว่างหรือรูภายใน 
  • รายละเอียดบริเวณมุมหรือร่อง 
  • Dimension สำคัญ 
  • Tolerance ที่ต้องควบคุม 

สำหรับงาน Extrusion ลักษณะของ หน้าตัด หรือ Profile เป็นข้อมูลสำคัญมาก เพราะจะมีผลโดยตรงต่อการออกแบบ Die หรือแม่พิมพ์ Extrusion 

หากยังไม่มี Drawing อย่างเป็นทางการ สามารถส่ง Sketch หรือแบบร่างพร้อมระบุขนาดเบื้องต้นให้โรงงานช่วยพิจารณาก่อนได้ 

2. Dimension และ Tolerance

นอกจากขนาดของชิ้นงานแล้ว ควรระบุด้วยว่า Dimension ใดเป็นจุดสำคัญต่อการประกอบหรือการใช้งาน 

ตัวอย่างเช่น 

  • ความกว้าง 20 ± 0.2 mm 
  • ความหนา 3 ± 0.1 mm 
  • เส้นผ่านศูนย์กลางรูภายใน ( ID ) 
  • ระยะร่องสำหรับประกอบกับชิ้นส่วนอื่น 
  • ความตรงของชิ้นงาน 
  • ความยาวหลังตัด 

การระบุ Tolerance ช่วยให้ Supplier รายใหม่ประเมินได้ว่าเครื่องจักรและกระบวนการผลิตสามารถควบคุมขนาดตามที่ต้องการได้หรือไม่ 

ในบางกรณี หากกำหนด Tolerance แคบเกินความจำเป็น อาจทำให้กระบวนการผลิตยากขึ้นและส่งผลต่อต้นทุน ดังนั้นหาก Dimension ใดไม่ได้เป็น Critical Dimension ควรแจ้งให้โรงงานทราบด้วย 

3. Material หรือวัสดุที่ต้องการใช้

หากทราบชนิดวัสดุอยู่แล้ว ควรแจ้งข้อมูลให้ชัดเจน เช่น PVC, PS, PP, PE, ABS, PET  

หากมี Grade เดิมหรือ Supplier Material เดิม สามารถแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมได้ เช่น 

  • Material Grade 
  • Datasheet 
  • สี 
  • Specific Gravity 
  • Hardness 
  • มาตรฐานหรือข้อกำหนดเฉพาะ 

แต่หากไม่ทราบ Material เดิม ก็ยังสามารถส่ง Sample พร้อมอธิบายการใช้งานให้โรงงานช่วยประเมินได้ 

ตัวอย่างเช่น 

“ชิ้นงานใช้เป็น Seal ต้องการความยืดหยุ่น ทนความร้อนประมาณ 100°C และต้องสามารถคืนตัวหลังถูกกดได้” 

ข้อมูลลักษณะนี้ช่วยให้ Supplier เข้าใจ Requirement และเลือก Material ที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น 

4. Hardness และความนิ่มหรือแข็งของชิ้นงาน

สำหรับงาน Extrusion ที่ใช้วัสดุประเภท Plastic & Rubber ค่า Hardness เป็นอีกข้อมูลสำคัญ 

ตัวอย่างเช่น 

  • Flexible PVC Shore A 60  
  • TPV Shore A 70 
  • TPO Shore A 85 
  • Rigid PVC Shore D 40 

หากไม่ทราบค่า Hardness แต่มี Sample เดิม สามารถส่งชิ้นงานให้ Supplier ตรวจสอบและเปรียบเทียบเบื้องต้นได้ 

นอกจาก Hardness แล้ว ควรแจ้งลักษณะที่ต้องการ เช่น 

  • ต้องการให้นิ่ม 
  • ต้องการให้คืนตัวดี 
  • ต้องการให้บีบอัดได้ 
  • ต้องการให้แข็งและคงรูป 
  • ต้องการให้มีแรงเสียดทาน 
  • ต้องการให้ผิวลื่น 

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้โรงงานเข้าใจ Function จริงของชิ้นงานมากกว่าการดู Material เพียงอย่างเดียว 

กรอบประตู Extrusion

5. บอกให้ชัดว่าชิ้นงานนี้ใช้ทำอะไร

อีกหนึ่งข้อมูลที่สำคัญมากคือ 

“ชิ้นงานนี้ทำหน้าที่อะไร?” 

ตัวอย่างเช่น 

  • ใช้เป็น Seal ป้องกันน้ำ 
  • ใช้เป็นขอบตกแต่ง 
  • ใช้เป็น Guide Rail 
  • ใช้เป็น Cover 
  • ใช้เป็น Cushion 
  • ใช้สำหรับประกอบกับ Aluminium Profile 
  • ใช้ล็อกชิ้นส่วนสองชิ้นเข้าด้วยกัน 
  • ใช้เป็น Tube สำหรับลำเลียงของเหลว 

การรู้ Function ช่วยให้ Supplier รายใหม่ไม่ได้มองเพียงแค่ว่า “ผลิตตามแบบได้หรือไม่” แต่ยังสามารถพิจารณาได้ด้วยว่า Material และรูปแบบ Profile เหมาะกับการใช้งานจริงหรือไม่ 

6. หากมี Sample เดิม ควรส่งไปด้วย

หากเป็นชิ้นงานที่กำลังใช้งานอยู่แล้ว การส่ง Sample เดิม ถือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากในการเปลี่ยน Supplier 

โรงงานสามารถใช้ Sample เพื่อพิจารณาเรื่องต่าง ๆ เช่น 

  • รูปร่างหน้าตัด 
  • Dimension 
  • Hardness 
  • ความยืดหยุ่น 
  • ลักษณะผิว 
  • สี 
  • Material เบื้องต้น 
  • วิธีการประกอบ 
  • จุด Critical ของชิ้นงาน 

หากมีทั้ง Drawing และ Sample เดิม การส่งข้อมูลทั้งสองอย่างพร้อมกันจะช่วยให้ Supplier เปรียบเทียบได้ละเอียดขึ้น และลดความคลาดเคลื่อนระหว่างแบบกับชิ้นงานจริง 

7. บอกปัญหาที่เจอกับ Supplier หรือชิ้นงานเดิม

ถ้าสาเหตุที่ต้องการเปลี่ยน Supplier มาจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับงานเดิม ควรแจ้งให้ Supplier รายใหม่ทราบตั้งแต่ต้น 

ตัวอย่างเช่น 

  • ขนาดไม่คงที่ 
  • ชิ้นงานบิดหรือโก่ง 
  • ความแข็งไม่สม่ำเสมอ 
  • สีต่างกันในแต่ละ Lot 
  • ประกอบกับชิ้นส่วนอื่นแล้วหลวม 
  • Material แตกหรือกรอบ 
  • ส่งของล่าช้า 
  • MOQ สูง 
  • Lead Time นาน 
  • ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ 
  • ต้องการมี Supplier สำรองในประเทศไทย 

ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์มาก เพราะช่วยให้ Supplier รายใหม่รู้ว่า อะไรคือสิ่งที่ต้องระวังและอะไรคือเป้าหมายของการเปลี่ยน Supplier 

เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการผลิตชิ้นงานให้ “เหมือนของเดิม” เท่านั้น แต่ควรช่วยลดปัญหาที่โรงงานกำลังเผชิญอยู่ด้วย 

8. ปริมาณการใช้งาน หรือ Volume

Volume เป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินราคาและความเหมาะสมของ Project 

ตัวอย่างเช่น 

  • 1,000 เมตร/เดือน 
  • 5,000 ชิ้น/เดือน 
  • 20,000 เมตร/ปี 
  • 500 กิโลกรัม/เดือน 

หากยังไม่มีตัวเลขที่แน่นอน สามารถแจ้ง Forecast โดยประมาณได้ 

ข้อมูล Volume จะช่วย Supplier วางแผนเรื่อง 

  • Production Capacity 
  • MOQ 
  • Material Preparation 
  • Packaging 
  • Stock 
  • Cost 
  • Lead Time 

รวมถึงประเมินได้ว่าควรวางรูปแบบการผลิตอย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง 

9. ต้องการเปลี่ยน Supplier ภายในเมื่อไร

การแจ้ง Timeline ตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้ Supplier รายใหม่วางแผน Project ได้ง่ายขึ้น 

ตัวอย่างเช่น 

  • ต้องการ Sample ภายใน 2 สัปดาห์ 
  • Supplier เดิมจะหยุดส่งของภายใน 3 เดือน 
  • ต้องการเพิ่ม Second Source ภายในไตรมาสนี้ 
  • ต้องการเริ่ม Production กับ Supplier ใหม่ในปีหน้า 

สำหรับงาน Extrusion ใหม่ อาจต้องผ่านหลายขั้นตอน เช่น 

  1. ตรวจสอบ Drawing และ Sample 
  1. ประเมิน Material 
  1. ออกแบบ Die 
  1. ผลิต Die 
  1. Trial 
  1. ตรวจสอบ Dimension 
  1. ปรับ Die 
  1. ส่ง Sample Approval 
  1. เริ่ม Production 

ดังนั้นหากมี Deadline ที่ชัดเจน ควรแจ้งให้ Supplier ทราบตั้งแต่ต้น 

Extrusion รีดขึ้นรูปพลาสติก

Checklist ก่อนส่งงานให้
Supplier Extrusion เจ้าใหม่

หากกำลังเปลี่ยน Supplier สามารถใช้ Checklist นี้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้ 

ข้อมูล 

มีหรือไม่ 

Drawing 

✓ / – 

Dimension 

✓ / – 

Tolerance 

✓ / – 

Material 

✓ / – 

Material Grade 

✓ / – 

Hardness 

✓ / – 

สี 

✓ / – 

Function 

✓ / – 

Sample เดิม 

✓ / – 

ปัญหาของชิ้นงานเดิม 

✓ / – 

Volume 

✓ / – 

Lead Time 

✓ / – 

มาตรฐานหรือ Spec เพิ่มเติม 

✓ / – 

ไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลครบทุกข้อก่อนเริ่มติดต่อ Supplier ใหม่ 

หากมีเพียง Drawing, รูปภาพ หรือ Sample เดิม ก็สามารถเริ่มพูดคุยและประเมิน Feasibility เบื้องต้นได้ 

ตัวอย่างข้อมูลที่ช่วยให้
Supplier ประเมินราคาได้เร็วขึ้น

ลองเปรียบเทียบข้อมูลสองแบบ 

แบบที่ 1 

“ต้องการเปลี่ยน Supplier งาน Extrusion รบกวนเสนอราคาครับ” 

ข้อมูลลักษณะนี้อาจยังไม่เพียงพอให้โรงงานประเมินต้นทุนและความเป็นไปได้ของงาน 

แบบที่ 2 

“ต้องการหา Supplier ใหม่สำหรับ TPE Extrusion Profile ตาม Drawing แนบ ใช้เป็น Seal ประกอบกับ Aluminium Profile ความแข็งประมาณ Shore A 70 สีดำ ปัจจุบันใช้ประมาณ 3,000 เมตร/เดือน ต้องการเพิ่ม Supplier ในประเทศเป็น Second Source และมี Sample เดิมสามารถส่งให้ตรวจสอบได้” 

ข้อมูลแบบที่สองช่วยให้ Supplier เข้าใจ Scope ของงานได้เร็วขึ้น และสามารถประเมิน Material, Process, Tooling และราคาได้แม่นยำกว่า 

คำถามที่พบบ่อยเมื่อต้องการเปลี่ยน
Supplier งาน Extrusion

ไม่จำเป็นเสมอไป หากมี Sample เดิมก็สามารถเริ่มประเมินงานเบื้องต้นได้ แต่หากมี Drawing จะช่วยให้ตรวจสอบ Dimension และ Tolerance ได้ชัดเจนขึ้น 

สามารถส่ง Sample เดิมพร้อมแจ้งลักษณะการใช้งานให้ Supplier ช่วยประเมิน Material เบื้องต้นได้ 

แนะนำให้แจ้ง เพราะ Volume มีผลต่อการประเมินต้นทุน MOQ การเตรียม Material และ Production Planning 

ได้ และเป็นแนวทางที่หลายโรงงานใช้เพื่อลดความเสี่ยงด้าน Supply Chain โดย Supplier ใหม่ควรผ่านกระบวนการ Trial, Sample Approval และ Production Qualification ก่อนนำมาใช้งานจริง 

สามารถใช้รูปถ่ายสำหรับพูดคุยเบื้องต้นได้ แต่การประเมินราคาและความเป็นไปได้อย่างละเอียด มักต้องใช้ Dimension, Drawing หรือ Sample เพิ่มเติม 

ได้ หากแจ้ง Function, Environment และ Requirement ของชิ้นงาน เช่น ความแข็ง ความยืดหยุ่น อุณหภูมิ และสารเคมีที่สัมผัส จะช่วยให้ Supplier คัดเลือก Material ที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น 

บริษัทอุตสาหกรรมวินิลเทค Extrusion

มีชิ้นงาน Extrusion เดิมอยู่แล้ว? ส่งให้ VIC ช่วยประเมินได้

หากคุณกำลังมองหา Supplier Extrusion รายใหม่ หรือ Second Source สำหรับชิ้นงานเดิม 

สามารถส่งข้อมูลที่มีอยู่ให้ทีม VIC ตรวจสอบเบื้องต้นได้ ไม่ว่าจะเป็น 

Drawing / Specification / รูปถ่าย / Sample เดิม 

พร้อมแจ้ง Application, ปริมาณการใช้งาน และปัญหาที่กำลังพบ 

ทีมงานสามารถช่วยประเมินแนวทางด้าน Material, Profile, Die และกระบวนการผลิต ก่อนเข้าสู่ขั้นตอน Trial 

กำลังเปลี่ยน Supplier งาน Extrusion? ส่ง Drawing, Spec หรือ Sample เดิมให้ VIC ช่วยประเมินงานเบื้องต้น

Scroll to Top