เลือก TPE สำหรับ Overmolding บน PP, ABS และ PC อย่างไรให้ยึดติดดี 

TPE Overmolding คืออะไร? วิธีเลือก TPE ให้ยึดติด PP, ABS และ PC

TPE Overmolding กับ PP, ABS หรือ PC ต้องเลือกเกรดแบบไหน จึงจะยึดติดได้ดีและไม่หลุดลอกง่าย? 

การเลือก TPE สำหรับงาน Overmolding ไม่ควรพิจารณาเฉพาะค่าความแข็ง (Hardness) เพราะการยึดติดของ TPE กับวัสดุพื้นผิว หรือ Substrate ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งชนิดและเกรดของพลาสติก สูตรของ TPE อุณหภูมิในการฉีด สภาพผิวชิ้นงาน การออกแบบ รวมถึงวิธีทดสอบแรงยึดเกาะ 

ดังนั้น การทำให้ TPE ยึดติดได้ดีควรเริ่มตั้งแต่การเลือกคู่ของวัสดุให้เหมาะสม และควบคุมกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกัน มากกว่าการแก้ปัญหาหลังจากชิ้นงานเกิดการหลุดลอกแล้ว 

บทความนี้สรุปแนวทางสำหรับทีม R&D ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ โรงงานฉีดพลาสติก และ OEM ที่กำลังพัฒนาชิ้นงาน 2K Molding, Two-Shot Molding และ Insert Overmolding 

Overmolding คืออะไร?

Overmolding คือกระบวนการขึ้นรูปวัสดุชนิดหนึ่งทับลงบนวัสดุอีกชนิดหนึ่ง เพื่อรวมคุณสมบัติที่แตกต่างกันไว้ในชิ้นงานเดียว  

Tip : ในกลุ่มผู้ใช้งานมีคำเรียกหลากหลายรูปแบบขึ้นกับความคุ้นเคย หรือกระบวนการการทำงาน เช่น 2K Molding, Insert molding ซึ่งแม้จะเรียกต่างกันแต่ความต้องการของผู้ใช้งานคือการนำวัสดุหนึ่งฉีดทับลงบนวัสดุหนึ่ง โดยต้องการให้ 2 วัสดุดังกล่าวยึดติดกันได้ดี  

ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือ การฉีด TPE (Thermoplastic Elastomer) ซึ่งมีความนุ่มและยืดหยุ่น ทับลงบนพลาสติกแข็ง เช่น 

  • PP (Polypropylene) 
  • ABS (Acrylonitrile Butadiene Styrene) 
  • PC (Polycarbonate) 
  • PC/ABS 
  • PA หรือ Nylon 

พลาสติกแข็งจะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของชิ้นงาน ขณะที่ TPE ช่วยเพิ่มคุณสมบัติ เช่น ความนุ่ม การจับกระชับมือ การลดแรงกระแทก หรือการซีล 

จึงพบ TPE Overmolding ได้ในผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น ด้ามจับเครื่องมือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ซีล และสินค้าอุปโภคบริโภค 

2K Molding กับ Insert Molding ต่างกันอย่างไร?

2K Molding หรือ Two-Shot Molding เป็นการฉีดพลาสติกแข็งและ TPE ต่อเนื่องกันในกระบวนการเดียว จึงสามารถควบคุมสภาพผิวและอุณหภูมิของพลาสติกชั้นแรกก่อนฉีด TPE ได้ค่อนข้างดี 

ส่วน Insert Molding หรือ Insert Overmolding จะนำชิ้นงานพลาสติกที่ผลิตไว้ก่อนแล้วมาใส่ในแม่พิมพ์ จากนั้นจึงฉีด TPE ทับลงไป 

งาน Insert Overmolding จึงต้องให้ความสำคัญกับความสะอาดของผิว การจัดเก็บชิ้นงาน ความชื้น และอุณหภูมิของชิ้นงานก่อนฉีด เพราะปัจจัยเหล่านี้สามารถส่งผลต่อการยึดติดได้ 

TPE Overmolding บน PP, ABS และ PC
ต่างกันอย่างไร?

สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจก่อนเลือก TPE คือ TPE ไม่ได้ยึดติดกับพลาสติกทุกชนิดเหมือนกัน 

ดังนั้น การแจ้งเพียงว่า “ต้องการ TPE สำหรับ Overmolding” อาจยังไม่เพียงพอสำหรับการเลือกเกรด ควรทราบด้วยว่าพลาสติกที่จะนำมา Overmold เป็นวัสดุชนิดใด และหากเป็นไปได้ควรทราบเกรดจริงของพลาสติกนั้นด้วย

TPE Overmolding บน PP 

PP เป็นพลาสติกที่ใช้แพร่หลายในสินค้าอุปโภคบริโภค ชิ้นส่วนยานยนต์ และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 

สำหรับ TPE Overmolding on PP แม้จะเป็นที่เข้าใจว่า TPE ทั่วไปจะสามารถยึดติดกับ PP ได้ดี  แต่ไม่ควรสรุปว่าจะให้ผลเหมือนกันกับ PP ทุกเกรด ควรเลือก TPE ที่ออกแบบมาให้เข้ากันและยึดติดกับ Polypropylene เกรดนั้นโดยเฉพาะ และ ควรทดสอบกับวัสดุจริงที่จะนำไปผลิตเสมอ 

เนื่องจาก แม้ว่าจะเป็น PP เหมือนกัน ผลการยึดติดก็อาจแตกต่างกัน เนื่องจากแต่ละเกรดอาจมีองค์ประกอบหรือสัดส่วนองค์ประกอบไม่เหมือนกัน เช่น 

  • PP Homopolymer หรือ Copolymer 
  • สารเติมแต่ง เช่น Talc หรือ Glass Fiber 
  • Slip Agent 
  • Mold Release Agent 
  • สารเติมแต่งอื่นในสูตร 
  • สิ่งปนเปื้อนบนพื้นผิว 

TPE Overmolding บน ABS

ABS มีลักษณะทางเคมีของพื้นผิวแตกต่างจาก PP อย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น TPE ที่ยึดติดกับ PP ได้ดี ไม่ได้หมายความว่าจะยึดติดกับ ABS ได้ดีเช่นเดียวกัน 

สำหรับ TPE Overmolding on ABS ควรเลือก TPE ที่ออกแบบมาให้ยึดติดกับ ABS หรือพลาสติกวิศวกรรมในกลุ่มที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ 

นอกจากการเลือกเกรด TPE แล้ว ควรตรวจสอบสภาพผิวของ ABS และสารตกค้างจากกระบวนการผลิตด้วย เพราะสิ่งปนเปื้อนบนผิวสามารถลดประสิทธิภาพการยึดติดได้ 

TPE Overmolding บน PC

PC หรือ Polycarbonate มักใช้กับชิ้นงานที่ต้องการความแข็งแรง ความทนทาน หรือคุณสมบัติทางวิศวกรรมที่สูงขึ้น 

สำหรับ TPE Overmolding on PC ควรเลือก TPE ที่ออกแบบหรือผ่านการทดสอบสำหรับการยึดติดกับ PC และควบคุมอุณหภูมิในการฉีดให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมกับวัสดุทั้งสองชนิด 

การเพิ่มอุณหภูมิเพื่อให้ TPE ยึดติดดีขึ้นเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ เพราะหากอุณหภูมิสูงเกินช่วงที่วัสดุรองรับ อาจส่งผลต่อคุณภาพของ TPE หรือ PC ได้ 

ด้ามแปรงสีฟัน จาก เม็ดพลาสติก TPE

6 ข้อควรระวัง เพื่อให้ยึดติดได้ดีและลดปัญหาการหลุดลอก

การทำ TPE Overmolding ให้ยึดติดกับ PP, ABS หรือ PC ได้ดี ควรควบคุมตั้งแต่การเลือกวัสดุ กระบวนการฉีด ไปจนถึงการออกแบบชิ้นงาน เพราะประสิทธิภาพการยึดติดไม่ได้ขึ้นอยู่กับ TPE เพียงอย่างเดียว 

ก่อนเริ่มทดลองหรือผลิตจริง ควรให้ความสำคัญกับ 6 ปัจจัยต่อไปนี้ 

1. เลือกเกรด TPE ให้ตรงกับ Substrate

ข้อแรกและสำคัญที่สุดคือ ไม่ควรเลือก TPE จากค่าความแข็งเพียงอย่างเดียว 
TPE แต่ละสูตรถูกออกแบบมาแตกต่างกัน เกรดที่เหมาะสำหรับ PP อาจไม่เหมาะกับ ABS หรือ PC 
ก่อนเลือกวัสดุจึงควรระบุให้ชัดเจนว่า TPE จะถูกฉีดทับบนพลาสติกชนิดใด และถ้าเป็นไปได้ควรแจ้งชื่อเกรด ผู้ผลิต รวมถึงข้อมูลสารเติมแต่งของพลาสติกนั้นด้วย 
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้การเลือก TPE Overmolding Grade มีความแม่นยำมากขึ้น และลดจำนวนครั้งในการทดลองวัสดุ 

2. ควบคุมอุณหภูมิ TPE ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม

อุณหภูมิของ TPE ขณะฉีดมีผลต่อการไหลและการสร้างรอยต่อระหว่าง TPE กับพลาสติกพื้นผิว 
หากอุณหภูมิต่ำเกินไป TPE อาจเย็นตัวเร็วเกินไปก่อนที่จะสร้างการยึดติดได้อย่างเหมาะสม ทำให้แรงยึดเกาะต่ำกว่าที่ต้องการ 
ในทางกลับกัน การเพิ่มอุณหภูมิสูงเกินไปเพื่อหวังให้ TPE ติดดีขึ้น อาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพ สีเปลี่ยน มีกลิ่น เกิดครีบ หรือเกิดปัญหาด้านคุณภาพอื่นตามมา 

จึงควรเริ่มจากช่วงอุณหภูมิที่ผู้ผลิตวัสดุแนะนำ และปรับค่าจากผลการทดลองจริง 

3. ควบคุมอุณหภูมิแม่พิมพ์และชิ้นงาน Insert

นอกจากอุณหภูมิของ TPE แล้ว อุณหภูมิของแม่พิมพ์และชิ้นงานที่ TPE จะถูกฉีดทับก็มีความสำคัญเช่นกัน 

โดยเฉพาะงาน Insert Overmolding หากชิ้นงาน Insert เย็นเกินไป TPE อาจสูญเสียความร้อนอย่างรวดเร็วเมื่อสัมผัสกับพื้นผิว ซึ่งอาจส่งผลต่อการยึดติด 

จึงควรควบคุมอุณหภูมิในกระบวนการให้สม่ำเสมอ และควรระวังไม่ให้สภาพการผลิตจริงแตกต่างจากช่วงทดลองมากเกินไป 

4. รักษาพื้นผิว Substrate ให้สะอาดก่อน Overmolding

ความสะอาดของพื้นผิวเป็นอีกปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม 

น้ำมัน ฝุ่น สารช่วยถอดแบบ หรือสิ่งปนเปื้อนบนพื้นผิว สามารถขัดขวางการยึดติดระหว่าง TPE กับพลาสติกได้ 

โดยเฉพาะชิ้นงาน Insert ที่ต้องจัดเก็บหรือขนย้ายก่อนนำมาฉีด ควรควบคุมวิธีการจับชิ้นงาน การบรรจุ การจัดเก็บ การทำความสะอาด และการใช้สารช่วยถอดแบบอย่างเหมาะสม 

หากต้องเปรียบเทียบ TPE หลายเกรด ควรใช้ชิ้นงานทดสอบที่มีสภาพพื้นผิวใกล้เคียงกัน เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลได้อย่างถูกต้อง 

5. ออกแบบ Mechanical Lock เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรง

สำหรับชิ้นงานที่ต้องรับแรงดึงหรือแรงลอกสูง ไม่ควรพึ่งการยึดติดระหว่างวัสดุเพียงอย่างเดียว 

การออกแบบ Mechanical Lock หรือ Mechanical Interlock สามารถช่วยยึด TPE เข้ากับโครงสร้างของชิ้นงานและลดโอกาสการหลุดลอกระหว่างใช้งาน 

ตัวอย่างเช่น การออกแบบรู ร่อง ส่วนเว้า หรือโครงสร้างที่ช่วยให้ TPE ไหลเข้าไปยึดกับชิ้นงาน 

โดยเฉพาะบริเวณขอบของ TPE ซึ่งมีโอกาสรับแรงลอก ควรออกแบบให้ไม่สามารถถูกยกหรือดึงออกได้ง่าย เพราะบริเวณขอบมักเป็นจุดเริ่มต้นของการหลุดลอก 

ดังนั้น การออกแบบชิ้นงานที่ดีควรใช้ทั้ง การยึดติดของวัสดุและ Mechanical Lock ทำงานร่วมกัน 

6. กำหนดวิธีทดสอบการยึดติดให้ชัดเจนก่อนเริ่มทดลอง

คำว่า “TPE ติดดี” อาจมีความหมายแตกต่างกันในแต่ละผลิตภัณฑ์ 

บางชิ้นงานต้องการเพียงให้ TPE ไม่หลุดระหว่างการใช้งานทั่วไป ขณะที่บางผลิตภัณฑ์อาจต้องผ่านการทดสอบแรงลอก (Peel Test) การทดสอบหลังผ่านความร้อน หรือการทดสอบหลังสัมผัสสารเคมี 

จึงควรกำหนดวิธีทดสอบและเกณฑ์การยอมรับตั้งแต่ช่วงพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบ TPE แต่ละเกรดและเงื่อนไขการผลิตได้อย่างเป็นระบบ 

เลือก TPE สำหรับ Overmolding ให้เหมาะกับชิ้นงาน เริ่มจากข้อมูล Substrate

สำหรับการพัฒนางาน TPE Overmolding เป้าหมายไม่ใช่เพียงการหา TPE ที่มีค่าความแข็งตามต้องการ แต่คือการเลือกวัสดุที่สามารถยึดติดกับ Substrate และตอบโจทย์การใช้งานของชิ้นงานได้พร้อมกัน 

VIC มีวัสดุ TPE สำหรับการใช้งานหลายประเภท รวมถึงเกรดสำหรับงาน Overmolding พร้อมทีม R&D และทีมเทคนิคที่สามารถช่วยพิจารณาวัสดุให้เหมาะกับการใช้งานของลูกค้า 

หากกำลังพัฒนาชิ้นงาน 2K Molding หรือ Insert Overmolding สามารถเริ่มจากการส่งข้อมูลวัสดุพื้นผิวและรายละเอียดของชิ้นงานให้ทีม VIC ช่วยพิจารณาเกรด TPE เบื้องต้น เพื่อลดการทดลองวัสดุหลายเกรดโดยไม่มีข้อมูลตั้งต้น 

ทีม R&D ของ VIC

ก่อนเลือก TPE ควรเตรียมข้อมูลอะไรให้ VIC?

อมูลที่ช่วยให้การประเมินวัสดุทำได้ตรงกับงานมากขึ้น ได้แก่ 

  • ชนิดของ Substrate เช่น PP, ABS, PC หรือ PA 
  • ชื่อเกรดและผู้ผลิตของ Substrate หากทราบ 
  • รูปถ่าย Drawing หรือตัวอย่างชิ้นงานจริง 
  • ความแข็ง สี และคุณสมบัติของ TPE ที่ต้องการ 
  • กระบวนการผลิต เช่น 2K Molding หรือ Insert Molding 
  • ปัญหาที่พบจากการทดลองเดิม หากมี 

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีม VIC เข้าใจทั้งวัสดุและลักษณะการใช้งาน ก่อนพิจารณา TPE Grade ที่เหมาะสมสำหรับนำไปทดลองกับชิ้นงานจริง 

สำหรับงานที่มีข้อกำหนดเฉพาะ การนำ Substrate หรือชิ้นงานจริงมาประกอบการประเมินยังช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากการเลือกวัสดุโดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลบนเอกสาร 

มี Substrate หรือชิ้นงานอยู่แล้ว สามารถส่งตัวอย่างให้ทีม VIC ช่วยประเมิน TPE สำหรับ Overmolding และคัดเลือกวัสดุสำหรับการทดลองก่อนผลิตจริง 

แนวทางแก้ปัญหา TPE Overmolding หลุดลอก

หากพบว่า TPE ลอกออกจาก Substrate ไม่ควรเริ่มจากการเพิ่มอุณหภูมิหรือเปลี่ยนวัสดุแบบลองผิดลองถูกทันที แต่ควรตรวจสอบอย่างเป็นลำดับ ได้แก่ 

Substrate → TPE Grade → สภาพพื้นผิว → อุณหภูมิ → กระบวนการฉีด → การออกแบบชิ้นงาน → วิธีทดสอบ 

ตัวอย่างเช่น หากเลือก TPE ที่ออกแบบมาสำหรับ PP แต่ Substrate จริงเป็น ABS การปรับความเร็วหรืออุณหภูมิในการฉีดเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถชดเชยความไม่เข้ากันของวัสดุได้ 

ในทางกลับกัน หากเลือกคู่ของวัสดุได้ถูกต้องแล้ว แต่พื้นผิวของ Insert มีน้ำมันหรือสารปนเปื้อน การเปลี่ยน TPE ไปอีกเกรดก็อาจไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TPE Overmolding

ควรเลือก TPE ที่ออกแบบมาสำหรับการยึดติดกับ PP และควรทดสอบกับ PP เกรดจริงที่จะใช้ผลิต เพราะสารเติมแต่งและสภาพพื้นผิวของ PP แต่ละเกรดสามารถทำให้ผลการยึดติดแตกต่างกันได้ 

ไม่ควรสรุปว่าสามารถใช้ได้ทันที เพราะ PP และ ABS มีคุณสมบัติพื้นผิวแตกต่างกัน ควรเลือก TPE ที่เหมาะกับ ABS และทดสอบการยึดติดกับวัสดุจริงก่อนผลิต 

สามารถทำได้ แต่ควรเลือก TPE ที่เหมาะสำหรับการยึดติดกับ PC และควบคุมอุณหภูมิในการผลิตให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมกับวัสดุทั้งสองชนิด รวมถึงควรทดสอบกับ PC เกรดจริงก่อนผลิต 

ควรเปรียบเทียบเงื่อนไขระหว่างช่วงทดลองกับการผลิตจริง เช่น Lot ของวัสดุ ความสะอาดของพื้นผิว การใช้สารช่วยถอดแบบ การจัดเก็บ Insert อุณหภูมิแม่พิมพ์ และค่าการฉีดต่าง ๆ เพราะความแตกต่างเหล่านี้อาจส่งผลต่อการยึดติด 

อุณหภูมิที่เหมาะสมสามารถช่วยให้เกิดการยึดติดได้ดีขึ้นในวัสดุบางระบบ แต่ไม่ได้หมายความว่าอุณหภูมิยิ่งสูงจะยิ่งดี เพราะหากสูงเกินช่วงที่แนะนำ อาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพหรือเกิดปัญหาด้านคุณภาพอื่น 

ขึ้นอยู่กับคู่ของวัสดุ เกรด TPE สภาพพื้นผิว และข้อกำหนดของชิ้นงาน บางระบบสามารถทำ Direct Overmolding ได้ ขณะที่บางงานอาจต้องใช้การปรับสภาพพื้นผิว Primer หรือ Mechanical Lock เข้ามาช่วย 

ควรกำหนดวิธีทดสอบตามลักษณะการใช้งานจริง เช่น Peel Test, Pull Test หรือการทดสอบหลังผ่านความร้อนและสภาพแวดล้อม พร้อมกำหนดเกณฑ์การยอมรับให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบวัสดุและเงื่อนไขการผลิตได้อย่างถูกต้อง 

กำลังหา TPE สำหรับงาน Overmolding?

หากกำลังพัฒนาชิ้นงาน 2K Molding, Two-Shot Molding หรือ Insert Overmolding บน PP, ABS, PC หรือพลาสติกวิศวกรรมอื่น สามารถส่งข้อมูล Substrate และตัวอย่างชิ้นงานให้ทีม VIC ช่วยพิจารณาแนวทางเลือก TPE สำหรับการทดลองได้ 

ส่ง Substrate และตัวอย่างชิ้นงานให้ VIC เพื่อช่วยประเมินและคัดเลือก TPE ที่เหมาะสมก่อนนำไปทดลองและผลิตจริง 

Scroll to Top