ปัญหาพบบ่อยในการฉีด TPE และวิธีไล่สาเหตุแบบเป็นระบบ 

ปัญหาฉีด TPE

การฉีดขึ้นรูป TPE เป็นกระบวนการที่ดูเหมือนง่าย เพราะ TPE มีความยืดหยุ่น ขึ้นรูปได้ดี และใช้แทนยางหรือ PVC ได้ในหลายงาน แต่ในงานจริง หลายโรงงานมักเจอปัญหาซ้ำ ๆ เช่น ผิวเหนียว เป็นคราบ Flow Mark สีเพี้ยน Shrinkage กลิ่น หรือชิ้นงานติดแม่พิมพ์ 

ปัญหาเหล่านี้ไม่ควรรีบสรุปว่าเกิดจาก “เม็ด TPE ไม่ดี” หรือ “เครื่องฉีดมีปัญหา” ทันที เพราะ defect หนึ่งอย่างอาจเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งจากตัววัสดุ เงื่อนไขการฉีด แม่พิมพ์ สารเติมแต่ง การเก็บรักษาเม็ด หรือความเข้ากันได้ของวัสดุกับชิ้นส่วนอื่น 

บทความนี้จึงสรุป 10 ปัญหาพบบ่อยในการฉีด TPE พร้อมแนวทางไล่สาเหตุแบบ Diagnostic Framework เพื่อให้ทีม R&D, QA, Production และ OEM ใช้ตรวจสอบเบื้องต้นก่อนปรับสูตรหรือเปลี่ยนเกรดวัสดุ 

1. TPE ฉีดแล้วผิวเหนียว หรือจับแล้วรู้สึก tacky

อาการผิวเหนียวเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในงาน TPE ที่ต้องการผิวนุ่ม เช่น griphandlesoft touch part, ของเล่น, ชิ้นส่วนสัมผัสผิว หรือ overmolding 

สาเหตุที่เป็นไปได้

Material composition  
อาจเกิดจากเกรด TPE มี Oil content สูงเกินไป หรือใช้ชนิดของ Oil ที่ไม่เหมาะสมในการทำสูตร หรือสูตรถูกออกแบบให้นิ่มมาก ทำให้มีโอกาสเกิด oil migration หรือสารบางส่วนเคลื่อนตัวขึ้นมาที่ผิว 

Process 
อุณหภูมิฉีดสูงเกินไป residence time นานเกินไป หรือ material ถูก shear มากเกินไป อาจทำให้ส่วนประกอบบางตัวในสูตรเสียสมดุลและเกิดผิวเหนียวหลังฉีด 

Mold 
แม่พิมพ์เย็นหรือร้อนเกินไป การระบายอากาศไม่ดี หรือ cooling ไม่พอ อาจทำให้ผิวชิ้นงานไม่ set ตัวสมบูรณ์ 

Additive 
สาร slipprocessing aidpigment carrier หรือ additive บางชนิดอาจไม่เข้ากันกับ TPE และเคลื่อนออกมาที่ผิว หรือเกรดดังกล่าวไม่มีการใส่ Coupling Agent /หรือใส่ไม่เพียงพอ ทำให้ระบบขาดสมดุล  

Storage
หากเม็ด TPE ดูดความชื้น หรือเก็บในที่ร้อนเป็นเวลานาน อาจทำให้คุณสมบัติผิวเปลี่ยนไป 

Compatibility 
ในกรณี overmolding ต้องดูด้วยว่า TPE เข้ากันกับ substrate หรือไม่ เช่น PP, ABS, PC, PA หรือวัสดุอื่น เพราะการยึดเกาะไม่ดีอาจทำให้ผิวดูเยิ้ม ลอก หรือเหนียวผิดปกติ 

แนวทางตรวจสอบเบื้องต้น

เริ่มจากเปรียบเทียบชิ้นงานที่ฉีดใหม่กับชิ้นงานที่วางไว้ 24–48 ชั่วโมง หากความเหนียวเพิ่มขึ้นหลังวางทิ้งไว้ อาจเกี่ยวข้องกับ migration ของ oil หรือ additive จากนั้นตรวจสอบอุณหภูมิ barrel, mold temperature, cooling time และ lot ของวัตถุดิบที่ใช้ 

หากต้องการวิเคราะห์ให้แม่นขึ้น ควรส่งตัวอย่าง defect พร้อม condition การฉีดให้ทีมเทคนิคตรวจสอบ 

2. Flow Mark หรือรอยไหลบนผิวชิ้นงาน

Flow Mark มักเห็นเป็นลายคลื่น รอยไหล หรือเส้นบนผิวชิ้นงาน โดยเฉพาะงานที่มีผิวเรียบ งานสีเข้ม งานบาง หรือชิ้นงานที่มีทางไหลยาว 

สาเหตุที่เป็นไปได้

Material 
สมบัติการไหลของวัสดุอาจไม่เหมาะสมกับความหนาและรูปทรงชิ้นงาน โดยสามารถประเมินได้จาก ค่า Melt flow index ของ TPE หาก flow ต่ำเกินไป วัสดุอาจไหลไม่เต็มหรือเกิดรอยไหลชัด 

Process 
อุณหภูมิหลอมต่ำเกินไป หรือ ความเร็วในการฉีด (injection speed) ช้าเกินไป หรือ แรงดันฉีด (pressure) ไม่พอ ทำให้บางส่วนของชิ้นงาน (melt front) เย็นตัวก่อนเต็ม cavity 

Mold 
ตำแหน่ง gate ไม่เหมาะสม หรือ gate เล็กเกินไป หรือ runner ยาวเกินไป หรือ venting ไม่ดี ทำให้เกิดการไหลที่ผิดปกติ หรือ flow hesitation 

Additive / Pigment 
เม็ดสีหรือ masterbatch กระจายตัวไม่ดี อาจทำให้รอยไหลดูชัดขึ้น โดยเฉพาะในสีเข้ม สี metallic หรือสีที่ต้องการผิวเนียนมาก 

แนวทางตรวจสอบเบื้องต้น

ควรลองปรับ injection speed เพิ่มขึ้นทีละระดับ เพิ่ม melt temperature อย่างระมัดระวัง และตรวจสอบตำแหน่ง gate รวมถึงการระบายอากาศของแม่พิมพ์ หากเป็นเฉพาะบางสี ควรตรวจสอบ pigment หรือ masterbatch ร่วมด้วย

3. สีเพี้ยน สีไม่ตรง หรือสีไม่สม่ำเสมอ

ปัญหาสีเพี้ยนใน TPE เกิดได้ทั้งจากตัวเม็ด วัตถุดิบ masterbatch การผสม การฉีด หรือการเสื่อมสภาพจากความร้อน 

สาเหตุที่เป็นไปได้

Material 
สีพื้นของ TPE แต่ละเกรดอาจไม่เหมือนกัน เช่น บางเกรดออกใส บางเกรดออกขุ่น บางเกรดมีสีเหลืองอ่อน ทำให้สีสุดท้ายคลาดเคลื่อน 

Process 
อุณหภูมิสูงเกินไปอาจทำให้ polymer หรือ pigment เสื่อม เกิดอาการเหลือง คล้ำ หรือสีหม่น 

Additive / Pigment
masterbatch อาจไม่เหมาะกับ TPE หรือใช้ carrier ที่ไม่เข้ากัน ทำให้กระจายตัวไม่ดี สีเป็นจุด หรือสีไม่สม่ำเสมอ 

Storage 
เม็ดสีหรือเม็ด TPE ที่เก็บไว้นาน โดนความชื้น หรือโดนความร้อน อาจส่งผลต่อสีหลังฉีด 

แนวทางตรวจสอบเบื้องต้น

ควรตรวจสอบ lot ของเม็ด TPE, lot ของ masterbatch, อัตราส่วนการผสม และอุณหภูมิจริงขณะฉีด หากมีเครื่องวัดสี ควรวัดค่า ΔE เทียบกับ standard เพื่อแยกว่าเป็นปัญหาด้าน perception หรือเป็นความต่างของสีจริง 

4. Shrinkage หรือชิ้นงานหดตัวมากกว่าที่คาด

TPE เป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง การหดตัวจึงขึ้นกับทั้งสูตรวัสดุ ความหนาชิ้นงาน แม่พิมพ์ และเงื่อนไขการฉีด 

สาเหตุที่เป็นไปได้

Material 
เกรด TPE ที่มีความนิ่มมาก มี oil content สูง หรือมีโครงสร้าง polymer บางประเภท อาจมี shrinkage สูงกว่าเกรดแข็ง 

Process
packing pressure ต่ำเกินไป packing time สั้นเกินไป cooling time ไม่พอ หรืออุณหภูมิแม่พิมพ์ไม่เหมาะสม ทำให้ชิ้นงานหดตัวหลังออกจากแม่พิมพ์ 

Mold 
การออกแบบชิ้นงานมีความหนาไม่สม่ำเสมอ หรือ gate freeze เร็วเกินไป ทำให้ไม่สามารถ pack วัสดุเพิ่มเข้าไปชดเชยการหดตัวได้ 

แนวทางตรวจสอบเบื้องต้น

ให้เริ่มจากวัดขนาดชิ้นงานทันทีหลังฉีด และวัดซ้ำหลังวางไว้ 24 ชั่วโมง เพื่อดู post-shrinkage จากนั้นตรวจสอบ packing pressurepacking timecooling time และตำแหน่ง gate หากชิ้นงานมีความหนาต่างกันมาก อาจต้องพิจารณาปรับ design หรือ mold ร่วมด้วย 

5. กลิ่นแรง หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์หลังฉีด

TPE บางเกรดอาจมีกลิ่นตามธรรมชาติของวัตถุดิบ แต่หากกลิ่นแรงผิดปกติหลังฉีด มักต้องตรวจสอบทั้งสูตรและกระบวนการผลิต 

สาเหตุที่เป็นไปได้

Material 
วัตถุดิบบางชนิด เช่น oil, resin, rubber phase หรือ additive บางตัว อาจให้กลิ่นเฉพาะตัว 

Process 
อุณหภูมิฉีดสูงเกินไป residence time นานเกินไป หรือมี material ค้างใน barrel ทำให้วัสดุเริ่ม degrade และเกิดกลิ่นไหม้หรือกลิ่นฉุน หรือเกิดการตกค้างจากวัสดุที่ทำการผลิตก่อนหน้า 

Storage 
เม็ด TPE ที่เก็บไม่ดี อาจดูดกลิ่นจากสภาพแวดล้อม หรือได้รับผลจากความชื้น 

Compatibility 
หากเป็นงาน overmolding กลิ่นอาจมาจาก substrate, primer, adhesive หรือวัสดุอื่นใน assembly ไม่ใช่จาก TPE เพียงอย่างเดียว 

แนวทางตรวจสอบเบื้องต้น

ตรวจสอบความสะอาดของเครื่องฉีด ก่อนทำการฉีด และ ควรเปรียบเทียบกลิ่นของเม็ดก่อนฉีดกับชิ้นงานหลังฉีด หากเม็ดไม่มีกลิ่นแรงแต่ชิ้นงานมีกลิ่นแรงหลังฉีด ให้ตรวจสอบอุณหภูมิ barrelresidence time และการ purge เครื่อง หากกลิ่นมีเฉพาะบาง lot ควรแยก lot วัตถุดิบเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม 

6. ชิ้นงานมีคราบขาว คราบมัน หรือคราบบนผิว

คราบบนผิว TPE อาจเกิดทันทีหลังฉีด หรือเกิดหลังวางทิ้งไว้หลายชั่วโมงถึงหลายวัน 

สาเหตุที่เป็นไปได้

Material / Additive 
อาจเกิดจาก oil migration, wax, slip agent, anti-blocking agent หรือ additive บางตัวเคลื่อนออกมาที่ผิว 

Process 
การฉีดที่อุณหภูมิสูงเกินไป หรือ cooling ไม่เหมาะสม อาจเร่งให้เกิดการแยกตัวของสารบางชนิด 

Mold 
มีคราบ mold release, น้ำมัน, จาระบี หรือสิ่งสกปรกในแม่พิมพ์ ทำให้คราบติดบนผิวชิ้นงาน 

Storage 
การเก็บชิ้นงานในถุงปิดสนิทหรือในที่ร้อน อาจเร่งให้เกิดคราบบนผิว 

แนวทางตรวจสอบเบื้องต้น

ให้เช็ดผิวด้วยผ้าแห้ง ผ้าชุบน้ำ หรือ solvent ที่เหมาะสม แล้วดูว่าคราบหายหรือกลับมาใหม่หรือไม่ หากคราบกลับมาหลังวางทิ้งไว้ อาจเกี่ยวกับ migration จากสูตรวัสดุ หากคราบเกิดเฉพาะช่วงเริ่มฉีด อาจเกี่ยวข้องกับแม่พิมพ์หรือ material ค้างในเครื่อง 

7. ชิ้นงานติดแม่พิมพ์ หรือปลดชิ้นงานยาก

TPE ที่นิ่มมากหรือมีผิว tacky อาจปลดชิ้นงานยากกว่าวัสดุแข็ง โดยเฉพาะชิ้นงานที่มี undercut หรือผิวสัมผัสแม่พิมพ์มาก 

สาเหตุที่เป็นไปได้

Material 
ความแข็งต่ำเกินไป หรือผิวมีแรงเสียดทานสูง ทำให้ชิ้นงานเกาะแม่พิมพ์ 

Process 
Cooling time ไม่พอ ชิ้นงานยังนิ่มขณะ ejection หรืออุณหภูมิแม่พิมพ์ไม่เหมาะสม 

Mold 
draft angle ไม่พอ ผิวแม่พิมพ์หยาบเกินไป venting ไม่ดี หรือ ejection system ไม่เหมาะกับชิ้นงาน TPE 

Additive 
สารช่วยปลดแบบหรือ internal lubricant อาจไม่เหมาะ หรือมีปริมาณไม่พอดี 

แนวทางตรวจสอบเบื้องต้น

ลองเพิ่ม cooling time ลด mold temperature หรือปรับ ejection speed ให้เหมาะสม หากยังติดแม่พิมพ์ ควรตรวจสอบ draft angletexture ของแม่พิมพ์ และตำแหน่ง ejector pin 

8. Flash หรือครีบเกินบริเวณขอบชิ้นงาน

Flash เกิดจากวัสดุไหลออกจาก cavity ไปตามรอยประกบแม่พิมพ์หรือช่องว่างเล็ก ๆ 

สาเหตุที่เป็นไปได้

Material 
TPE ที่มี flow สูงมาก อาจเกิด flash ง่าย โดยเฉพาะในชิ้นงานบางหรือแม่พิมพ์ที่มี clearance สูง 

Process 
injection pressure สูงเกินไป injection speed สูงเกินไป หรือ clamp force ไม่พอ 

Mold 
แม่พิมพ์สึก รอยประกบไม่แน่น vent ลึกเกินไป หรือมีปัญหาการ fitting ของ mold 

แนวทางตรวจสอบเบื้องต้น

ควรตรวจสอบว่า flash เกิดทุก cavity หรือเฉพาะบางตำแหน่ง หากเกิดเฉพาะบางจุด มักเกี่ยวกับ mold fitting หรือ mold wear หากเกิดทั้งชิ้นงาน อาจต้องลด pressurespeed หรือปรับเกรดวัสดุให้เหมาะกับแม่พิมพ์ 

9. Short Shot หรือฉีดไม่เต็มชิ้นงาน

Short Shot คือชิ้นงานฉีดไม่เต็ม โดยเฉพาะปลายทางไหล มุมบาง หรือส่วนที่ไกลจาก gate 

สาเหตุที่เป็นไปได้

Material 
ค่า flow ของ TPE ต่ำเกินไปสำหรับชิ้นงาน หรือวัสดุมีความหนืดสูงเกินไป 

Process 
อุณหภูมิหลอมต่ำ injection pressure ไม่พอ injection speed ต่ำ หรือ shot size ไม่เพียงพอ 

Mold 
gate เล็ก runner แคบ ทางไหลยาว หรือ venting ไม่ดี ทำให้อากาศระบายออกไม่ทัน 

Storage 
วัสดุมีความชื้นหรือปนเปื้อน อาจทำให้ flow และผิวชิ้นงานผิดปกติ 

แนวทางตรวจสอบเบื้องต้น

เริ่มจากเพิ่ม melt temperature และ injection speed ทีละขั้น ตรวจสอบ shot size และ cushion รวมถึงดูว่ามีอากาศ trapped ที่ปลายทางไหลหรือไม่ หาก short shot เกิดซ้ำที่ตำแหน่งเดิม ควรตรวจ mold vent และ gate design 

10. การยึดเกาะไม่ดีในงาน Overmolding

งาน overmolding เป็นงานที่ TPE ถูกฉีดทับบนวัสดุอื่น เช่น PP, ABS, PC, PA หรือโลหะบางประเภท ปัญหาที่พบคือ ลอก หลุด ยึดไม่แน่น หรือยึดได้บางจุด 

สาเหตุที่เป็นไปได้

Material Compatibility 
TPE แต่ละเกรดถูกออกแบบให้เกาะกับ substrate ต่างกัน เช่น เกรดที่เกาะ PP อาจไม่เหมาะกับ ABS หรือ PA  

Process 
อุณหภูมิ melt ต่ำเกินไป mold temperature ต่ำเกินไป หรือ injection speed ไม่พอ ทำให้ TPE ไม่สามารถสร้าง bonding กับ substrate ได้ดี 

Mold / Part Design 
พื้นที่ยึดเกาะน้อยเกินไป ไม่มี mechanical lock หรือผิว substrate เรียบเกินไป 

Storage / Surface Condition 
ผิว substrate มีฝุ่น น้ำมัน ความชื้น mold release หรือสิ่งปนเปื้อน ทำให้ bonding ลดลง 

แนวทางตรวจสอบเบื้องต้น

ควรเริ่มจากยืนยันชนิด substrate ให้ชัดเจน เช่น PP, ABS, PC, PA6, PA66 หรือวัสดุผสม  จากนั้นตรวจสอบสภาพผิวก่อนฉีด อุณหภูมิ melt และ mold temperature หากยังยึดเกาะไม่ดี อาจต้องเลือกเกรด TPE ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ substrate นั้น 

เม็ดพลาสติก TPE 01

วิธีคิดก่อนแก้ปัญหา TPE
อย่าปรับหลายตัวพร้อมกัน

ในการแก้ปัญหางานฉีด TPE ควรหลีกเลี่ยงการปรับหลาย parameter พร้อมกัน เพราะจะทำให้ไม่รู้ว่าสาเหตุจริงมาจากอะไร 

แนวทางที่แนะนำคือ 
เริ่มจากบันทึก condition ปัจจุบันก่อน จากนั้นปรับทีละปัจจัย เช่น อุณหภูมิ, speed, pressure หรือ cooling time แล้วเปรียบเทียบผลลัพธ์ทุกครั้ง หาก defect เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จะช่วยให้วิเคราะห์ root cause ได้แม่นยำขึ้น 

สำหรับ defect ที่เกี่ยวข้องกับผิว เหนียว คราบ หรือกลิ่น ควรดูผลหลังวางชิ้นงานไว้ 24–48 ชั่วโมงด้วย เพราะบางปัญหาไม่ได้เกิดทันทีหลังฉีด แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของผิวหลังจากชิ้นงานพักตัว 

ปัญหาในการฉีด TPE ไม่ควรถูกตัดสินจากอาการภายนอกเพียงอย่างเดียว เพราะ defect เดียวกันอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น วัสดุไม่เหมาะ เงื่อนไขการฉีดไม่ถูกต้อง แม่พิมพ์มีข้อจำกัด additive ไม่เข้ากัน การเก็บรักษาไม่เหมาะ หรือวัสดุไม่ compatible กับ substrate 

หากพบปัญหา เช่น TPE ฉีดแล้วผิวเหนียว เป็นคราบ flow mark สีเพี้ยน shrinkage กลิ่น หรือยึดเกาะไม่ดี ควรเริ่มจากการเก็บข้อมูล condition การฉีดและรูป defect ให้ครบก่อน แล้วจึงวิเคราะห์ทีละสาเหตุอย่างเป็นระบบ 

VIC สามารถช่วยตรวจสอบปัญหาการใช้งาน TPE เบื้องต้นได้ โดยลูกค้าสามารถส่งรูป defect พร้อม condition การฉีด เพื่อให้ทีมเทคนิคช่วยวิเคราะห์และแนะนำแนวทางปรับวัสดุหรือปรับกระบวนการให้เหมาะกับงานจริง 

TPE ฉีดแล้วผิวเหนียว เกิดจากอะไร?

อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น oil migration จากสูตรวัสดุ อุณหภูมิฉีดสูงเกินไป cooling ไม่พอ additive ไม่เข้ากัน หรือการเก็บเม็ดไม่เหมาะสม ควรตรวจสอบร่วมกันทั้ง materialprocessmold และ storage 

ควรตรวจสอบ melt temperatureinjection speedpressuregate design และ venting ของแม่พิมพ์ หากเกิดเฉพาะบางสี ควรตรวจสอบ masterbatch หรือการกระจายตัวของ pigment เพิ่มเติม 

ไม่จำเป็นเสมอไป กลิ่นอาจเกิดจากตัววัสดุเอง หรือเกิดจากอุณหภูมิฉีดสูง residence time นาน material ค้างใน barrel หรือการเสื่อมสภาพจากความร้อน ควรเปรียบเทียบกลิ่นเม็ดก่อนฉีดกับชิ้นงานหลังฉีด 

Shrinkage อาจเกิดจากเกรดวัสดุ ความนิ่มของ TPE oil content, packing pressure, packing time, cooling time, gate design และความหนาของชิ้นงาน ควรวัดขนาดทันทีหลังฉีดและหลังวาง 24 ชั่วโมงเพื่อดู post-shrinkage 

ไม่ได้ TPE แต่ละเกรดถูกออกแบบให้ยึดเกาะกับ substrate ต่างกัน เช่น PP, ABS, PC หรือ PA จึงควรเลือกเกรดให้ตรงกับวัสดุที่ต้องการ overmold และต้องควบคุมสภาพผิวกับ condition การฉีดให้เหมาะสม 

ควรส่งรูป defect, เกรด TPE, lot วัตถุดิบ, สีหรือ additive ที่ใช้, condition การฉีด, mold temperatureinjection pressureinjection speedcooling timecycle time, รูปชิ้นงาน และข้อมูล substrate หากเป็นงาน overmolding 

Scroll to Top