TPR พลาสติกยางสำหรับของเล่นบีบและสกุชชี่: ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า สำหรับสินค้าที่ต้องการความนิ่ม ยืดหยุ่น และได้มาตรฐาน 

TPR สำหรับของเล่น

ของเล่นประเภท บีบคลายเครียด ของเล่นนิ่มเด้ง sensory toy ที่เรารู้จักกันชื่อ “Stress ball หรือ สกุชชี่ “ กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะให้สัมผัสที่นุ่ม บีบสนุก ช่วยผ่อนคลาย และสามารถออกแบบเป็นรูปทรงน่ารัก สีสันสดใสได้หลากหลาย 

แต่ในขณะเดียวกัน สินค้าประเภทนี้ก็เริ่มถูกตั้งคำถามมากขึ้นในเรื่อง ความปลอดภัยของวัสดุ โดยเฉพาะของเล่นที่มีความนิ่มมาก มีกลิ่นแรง ผิวเหนียว มีน้ำมันซึม หรือใช้สารเติมแต่งที่อาจไม่เหมาะกับสินค้าสำหรับเด็กและผู้บริโภคทั่วไป 

ดังนั้น การเลือก raw material หรือวัตถุดิบตั้งต้นจึงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาของเล่นประเภทนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เลือกวัสดุที่ “นิ่ม” หรือ “บีบแล้วเด้ง” เท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย มาตรฐานการทดสอบ ความเสถียรของสูตร และความสามารถในการควบคุมคุณสมบัติให้ตรงกับสินค้าที่ต้องการ 

หนึ่งในวัสดุที่น่าสนใจสำหรับงานของเล่นบีบและของเล่นนิ่ม คือ TPR หรือ Thermoplastic Rubber 

TPR คืออะไร?

TPR คืออะไร?

TPR (Thermoplastic Rubber) คือ พลาสติกหนึ่งในกลุ่มย่อย ที่อยู่ในกลุ่มยางเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic elastomer)  ที่ให้คุณสมบัติคล้ายยาง เช่น ความนิ่ม ความยืดหยุ่น ความเด้ง และสัมผัสที่นุ่มมือ แต่สามารถขึ้นรูปได้เหมือนพลาสติกทั่วไป เช่น การฉีดขึ้นรูป (Injection) เป็นต้น

โดยทั่วไป TPR คือชื่อเรียกของกลุ่มวัสดุที่มีพื้นฐานจาก SBS compound ซึ่งสามารถปรับสูตรได้หลากหลาย เช่น ปรับความแข็ง ความนิ่ม ความหนึบ การไหล สี กลิ่น ความทนฉีก และผิวสัมผัส ให้เหมาะกับลักษณะของสินค้าแต่ละประเภท 

จุดเด่นของ TPR คือสามารถออกแบบให้เป็นวัสดุที่มีความนิ่มแบบยาง แต่ผลิตง่ายกว่ายางธรรมชาติ และสามารถปรับเกรดให้เหมาะกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยของของเล่นได้ 

ทำไมของเล่นสกุชชี่ และของเล่นบีบต้องใส่ใจเรื่องวัสดุ?

ของเล่นบีบหรือสกุชชี่เป็นสินค้าที่ผู้ใช้งานสัมผัสโดยตรงเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเด็กที่อาจนำของเล่นเข้าปาก ดม หรือสัมผัสกับผิวหนังบ่อยครั้ง หากวัสดุไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดปัญหาได้ เช่น 

  • มีกลิ่นแรงจากสารตกค้างหรือสารเติมแต่ง 
  • ผิวเหนียว จับฝุ่นง่าย 
  • มีน้ำมันซึมออกมาที่ผิว 
  • สีตกหรือมีโลหะหนักจาก pigment 
  • มีสาร plasticizer ที่ไม่เหมาะสม 
  • ฉีกขาดง่ายจนเกิดชิ้นส่วนเล็ก 
  • ไม่ผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของของเล่น 

ในหลายตลาด เช่น สหรัฐฯ และยุโรป ของเล่นเด็กต้องผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เข้มงวด ทั้งด้านกายภาพ การติดไฟ และสารเคมี เช่น ASTM F963, CPSIA, EN71, REACH, RoHS หรือข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละแบรนด์ 

ดังนั้น ผู้ผลิตของเล่นจึงควรเริ่มตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบที่เหมาะสม ไม่ใช่แก้ปัญหาหลังจากผลิตสินค้าเสร็จแล้ว 

TPR เหมาะกับของเล่นประเภทไหน?

TPR เหมาะกับของเล่นประเภทไหน? ​

TPR สามารถนำไปใช้กับของเล่นนิ่มและของเล่นบีบได้หลายรูปแบบ เช่น 

  • ของเล่นบีบคลายเครียด 
  • ลูกบอลบีบ 
  • ของเล่นนิ่มเด้ง 
  • mochi toy 
  • jelly toy 
  • sensory toy 
  • ของเล่นรูปสัตว์นิ่ม 
  • ของเล่นยืดหยุ่น 
  • ชิ้นส่วน soft touch ในของเล่น 
  • ของเล่นสัตว์เลี้ยงบางประเภท 

สำหรับของเล่นที่ต้องการฟีล นิ่ม เด้ง หนึบ ยืดหยุ่น และบีบแล้วคืนรูป TPR ถือเป็นวัสดุที่เหมาะสมมาก ทั้งยังสามารถปรับสูตรให้ตอบโจทย์ได้หลากหลายกว่าวัสดุทั่วไป 

อย่างไรก็ตาม หากเป็นสกุชชี่แบบ slow rising เช่น ขนมปัง เค้ก หรือโดนัทที่บีบแล้วยุบและค่อย ๆ คืนรูป วัสดุที่พบมากมักเป็น PU Foam แต่หากต้องการของเล่นที่มีความเด้ง ทนทานกว่า ฉีดขึ้นรูปได้ และควบคุมสูตรด้านความปลอดภัยได้ดี TPR เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก 

จุดเด่นของ TPR สำหรับ
ของเล่นบีบ และสกุชชี่

1. ปรับความนิ่มได้ตามต้องการ

TPR สามารถปรับระดับความแข็งได้หลายช่วง ตั้งแต่นิ่มมากไปจนถึงกึ่งแข็ง เช่น Shore A ต่ำสำหรับของเล่นนิ่ม หรือ Shore A สูงขึ้นสำหรับชิ้นงานที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้น 

ผู้ผลิตสามารถกำหนดฟีลของสินค้าได้ เช่น นิ่มมาก, นิ่มเด้ง ,นุ่มหนึบ, ยืดได้, คืนรูปเร็ว, ผิวแห้ง ไม่เหนียว, ผิว soft touch ฯลฯ 

สิ่งเหล่านี้สามารถพัฒนาได้ผ่านการปรับสูตร compound ให้เหมาะกับงานจริง 

2. ให้สัมผัสคล้ายยาง แต่ผลิตง่ายกว่า

TPR ให้ความรู้สึกคล้ายยางธรรมชาติ แต่สามารถขึ้นรูปด้วยเครื่องฉีดพลาสติกทั่วไปได้ ทำให้เหมาะกับการผลิตจำนวนมาก ลดความซับซ้อนของกระบวนการ และควบคุมขนาด รูปทรง และสีได้ดี 

3. ทำสีได้หลากหลาย

ของเล่นต้องการสีสันสดใสและหน้าตาน่าสนใจ TPR สามารถผสมสีได้ง่าย ทั้งสีธรรมชาติ สีใส สีพาสเทล หรือสีตามแบรนด์สินค้า โดยสามารถเลือกใช้ pigment ที่เหมาะกับมาตรฐานของเล่นได้ 

4. ปรับสูตรให้ลดกลิ่นและลดปัญหาผิวเหนียวได้

หนึ่งในปัญหาสำคัญของของเล่นนิ่มคือกลิ่นและผิวเหนียว หากเลือก TPR เกรดทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับของเล่น อาจเกิด oil migration หรือผิวมันเยิ้มได้ 

แต่หากเลือกสูตรที่เหมาะสม สามารถพัฒนา TPR ให้มีผิวสัมผัสที่แห้งขึ้น กลิ่นต่ำลง และเหมาะกับการใช้งานจริงมากขึ้น 

5. รองรับมาตรฐานด้านความปลอดภัย

TPR สำหรับงานของเล่นสามารถพัฒนาให้รองรับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสูตรวัตถุดิบ สี สารเติมแต่ง และข้อกำหนดของตลาดปลายทาง 

เปรียบเทียบ TPR กับวัสดุอื่นในงานของเล่นบีบ

วัสดุ 

จุดเด่น 

ข้อควรระวัง 

TPR / TPE 

นิ่ม เด้ง ยืดหยุ่น ฉีดขึ้นรูปง่าย ปรับสูตรได้ 

ต้องเลือกเกรดที่คุมกลิ่น น้ำมันซึม และสารต้องห้าม 

PU Foam 

เหมาะกับสกุชชี่ slow rising น้ำหนักเบา 

ต้องระวัง VOC กลิ่น และสารตกค้าง 

PVC Soft / PVC Gel 

ทำให้นิ่มและใสได้ ต้นทุนแข่งขันได้ 

ต้องคุม plasticizer, phthalates และการ migration 

Silicone 

ปลอดภัยสูง เหมาะกับเด็กเล็กหรือสัมผัสปาก 

ราคาสูงกว่า และกระบวนการผลิตต่างจากพลาสติกทั่วไป 

Rubber 

ยืดหยุ่นและทนฉีกดี 

มีกลิ่นยาง และต้องคุมสารตกค้าง 

จากตารางจะเห็นว่า TPR อยู่ในจุดที่สมดุลระหว่าง ความนิ่ม ความปลอดภัย การผลิตง่าย และต้นทุนที่เหมาะสม จึงเหมาะกับผู้ผลิตที่ต้องการพัฒนาของเล่นนิ่มหรือของเล่นบีบในเชิงอุตสาหกรรม 

VIC ช่วยพัฒนา TPR
สำหรับของเล่นได้อย่างไร?

Lab ภายใน VIC

VIC ไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดหาวัตถุดิบ แต่เรามีทีม R&D และห้อง Lab ที่ช่วยลูกค้าพัฒนา และเลือกสูตร TPR ให้เหมาะกับสินค้าแต่ละประเภท 

เราสามารถช่วยลูกค้าในด้านต่าง ๆ เช่น 

  • แนะนำเกรด TPR ให้เหมาะกับประเภทของเล่น 
  • ปรับความแข็งและความนิ่มตามต้องการ 
  • พัฒนาผิวสัมผัส เช่น ผิวแห้ง ผิวนุ่ม ผิวหนึบ หรือ soft touch 
  • ช่วยดูปัญหาผิวเหนียว น้ำมันซึม หรือกลิ่น 
  • ทดสอบคุณสมบัติพื้นฐาน เช่น hardness, tensile, elongation, tear strength 
  • ช่วยเลือกสูตรที่เหมาะกับ injection molding หรือ extrusion 
  • ให้คำแนะนำด้านเอกสารมาตรฐาน เช่น RoHS, REACH, ฯลฯ ตามความต้องการของลูกค้า 
  • ช่วยทดลองและปรับสูตรก่อนผลิตจริง 

เพราะของเล่นแต่ละประเภทไม่ได้ต้องการคุณสมบัติเหมือนกันทั้งหมด บางงานต้องการความนิ่มมาก บางงานต้องการความเด้ง บางงานต้องการให้ยืดได้ บางงานต้องการผิวแห้ง ไม่เหนียว หรือบางงานต้องเน้นผ่านมาตรฐานสำหรับเด็กเป็นพิเศษ 

การมีทีมเทคนิคช่วยพัฒนาสูตรตั้งแต่ต้น จึงช่วยลดความเสี่ยงในการผลิต ลดปัญหาหลังส่งมอบ และเพิ่มโอกาสให้สินค้าผ่านมาตรฐานของลูกค้าและตลาดปลายทางได้ง่ายขึ้น 

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนเลือก TPR สำหรับของเล่น

หากต้องการพัฒนา TPR สำหรับของเล่นบีบหรือสกุชชี่ ควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้นดังนี้ 

  1. ประเภทของสินค้า เช่น ของเล่นบีบ ลูกบอลบีบ mochi toy หรือ sensory toy 
  1. กลุ่มผู้ใช้งาน เช่น เด็กเล็ก เด็กโต ผู้ใหญ่ หรือสัตว์เลี้ยง 
  1. ระดับความนิ่มที่ต้องการ หรือค่า Shore A เป้าหมาย 
  1. ต้องการฟีลแบบไหน เช่น นิ่มเด้ง นุ่มหนึบ ยืดได้ หรือผิวแห้ง 
  1. กระบวนการผลิต เช่น injection molding หรือ extrusion 
  1. สีและผิวสัมผัสที่ต้องการ 
  1. ตลาดปลายทาง เช่น ไทย ยุโรป สหรัฐฯ หรือญี่ปุ่น 
  1. มาตรฐานที่ต้องการ เช่น EN71, ASTM F963, CPSIA, RoHS หรือ REACH 
  1. ปัญหาเดิมที่พบ เช่น กลิ่น ผิวเหนียว ฉีกขาดง่าย หรือไม่ผ่าน test 

ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ทีม R&D สามารถคัดเลือกหรือพัฒนาสูตรได้แม่นยำขึ้น 

TPR คือทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับของเล่นนิ่มที่ต้องการความปลอดภัย และคุณภาพที่ควบคุมได้

ตลาดของเล่นบีบและสกุชชี่ยังมีโอกาสเติบโต แต่ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคและแบรนด์ต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากขึ้นเรื่อย ๆ การเลือกวัตถุดิบที่เหมาะสมจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพ 

TPR เป็นวัสดุที่เหมาะกับของเล่นนิ่ม ของเล่นบีบ และ sensory toy เพราะให้ความนิ่ม ยืดหยุ่น เด้ง และสามารถปรับสูตรได้หลากหลาย อีกทั้งยังสามารถพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของของเล่นได้ 

สำหรับผู้ผลิตที่ต้องการพัฒนาของเล่นนิ่มหรือของเล่นบีบที่มีความปลอดภัย ควบคุมคุณภาพได้ และมีฟีลสัมผัสตรงตามที่ต้องการ VIC พร้อมช่วยตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ ทดสอบคุณสมบัติ ไปจนถึงการพัฒนาสูตรร่วมกับลูกค้า 

สนใจพัฒนา TPR สำหรับของเล่นบีบ สกุชชี่ หรือ sensory toy 

สามารถส่งตัวอย่างสินค้า รูปแบบชิ้นงาน หรือ requirement ที่ต้องการให้ทีม VIC ช่วยวิเคราะห์และแนะนำสูตรที่เหมาะสมได้ 

FAQ: TPR สำหรับของเล่นบีบและสกุชชี่

ได้ครับ TPR สามารถใช้ทำของเล่นประเภทบีบ นิ่ม เด้ง และยืดหยุ่นได้ เช่น Squeeze Toy, Mochi Toy, Jelly Toy, Sensory Toy, ลูกบอลบีบ หรือของเล่นรูปสัตว์นิ่ม ๆ โดยจุดเด่นคือสามารถปรับความนิ่ม ความเด้ง สี และผิวสัมผัสได้ตามลักษณะของสินค้า

TPR เหมาะกับของเล่นที่ต้องการความนิ่ม เด้ง ยืดหยุ่น และบีบแล้วคืนรูปค่อนข้างเร็ว เช่น ของเล่นเจลลี่หรือของเล่นบีบคลายเครียด

ส่วน PU Foam มักใช้กับสกุชชี่แบบ slow rising เช่น ขนมปัง เค้ก หรือโดนัท ที่บีบแล้วยุบและค่อย ๆ คืนรูป ดังนั้นการเลือกวัสดุควรเริ่มจากฟีลของสินค้าที่ต้องการ

TPR สามารถพัฒนาให้เหมาะกับงานของเล่นเด็กได้ แต่ต้องเลือกเกรดที่เหมาะสมและตรวจสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัย เช่น RoHS, REACH, ฯลฯ หรือมาตรฐานอื่นตามตลาดปลายทาง

สำหรับของเล่นเด็ก ไม่ควรเลือกวัสดุจากความนิ่มอย่างเดียว แต่ต้องดูเรื่องสารต้องห้าม กลิ่น สี โลหะหนัก และความทนทานของชิ้นงานร่วมด้วย

ปัญหาที่พบบ่อยหากเลือกสูตรไม่เหมาะสม ได้แก่ ผิวเหนียว จับฝุ่นง่าย น้ำมันซึม กลิ่นแรง ฉีกขาดง่าย หรือไม่ผ่านมาตรฐานที่ลูกค้ากำหนด ดังนั้นควรเลือกสูตร TPR ที่ออกแบบให้เหมาะกับงานของเล่นโดยเฉพาะ และควรทดสอบก่อนผลิตจริง

ได้ครับ TPR สามารถพัฒนาเป็นสีธรรมชาติ สีใส สีขาวขุ่น สีพาสเทล หรือสีตามแบรนด์ได้ ขึ้นอยู่กับสูตรวัตถุดิบและชนิดของสีที่ใช้ หากเป็นงานของเล่น ควรเลือก pigment หรือ masterbatch ที่เหมาะกับมาตรฐานของเล่นด้วย

TPR สามารถปรับความแข็งได้หลายระดับ ตั้งแต่นิ่มมากไปจนถึงกึ่งแข็ง โดยมักประเมินจากค่า Shore A ลูกค้าสามารถกำหนดฟีลที่ต้องการได้ เช่น นิ่มเด้ง นุ่มหนึบ ยืดได้ หรือผิวแห้ง แล้วให้ทีม R&D ช่วยเลือกหรือปรับสูตรให้เหมาะกับชิ้นงาน

TPR สามารถใช้กับกระบวนการฉีดขึ้นรูป Injection Molding ได้ดี และบางสูตรสามารถใช้กับงาน Extrusion ได้ด้วย สำหรับของเล่นบีบส่วนใหญ่จะใช้การฉีดขึ้นรูป เพราะสามารถทำรูปทรงน่ารัก รายละเอียดสูง และผลิตจำนวนมากได้

TPR บางสูตรอาจมีกลิ่นได้ ขึ้นอยู่กับ base polymer, oil, additive, pigment และกระบวนการผลิต หากเป็นงานของเล่นหรือสินค้าเด็ก ควรเลือกเกรดที่ควบคุมกลิ่นต่ำ และควรทดสอบกลิ่นก่อนผลิตจริง โดย VIC สามารถช่วยดูปัญหากลิ่นและแนะนำสูตรที่เหมาะสมได้

มีโอกาสเกิดได้หากสูตรไม่เหมาะสม โดยเฉพาะสูตรที่ต้องการความนิ่มมากและมีการใช้น้ำมันในปริมาณสูง ปัญหาที่พบได้คือผิวมัน ผิวเหนียว หรือจับฝุ่นง่าย แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการเลือกสูตร TPR ที่เหมาะกับงานของเล่น และทดสอบ aging หรือการเก็บรักษาก่อนผลิตจริง

VIC มีทีม R&D และ Lab ที่ช่วยลูกค้าคัดเลือกและพัฒนาสูตร TPR ให้เหมาะกับสินค้าแต่ละประเภท เช่น ปรับความนิ่ม ความเด้ง สี กลิ่น ผิวสัมผัส การไหลในการฉีด และคุณสมบัติพื้นฐานของชิ้นงาน รวมถึงช่วยแนะนำเอกสารมาตรฐานที่ควรใช้ตามตลาดปลายทาง

ควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้น เช่น ประเภทของเล่น ฟีลสัมผัสที่ต้องการ ความนิ่มเป้าหมาย สีที่ต้องการ วิธีขึ้นรูป ตลาดปลายทาง มาตรฐานที่ลูกค้าต้องการ และปัญหาเดิมที่เคยพบ เช่น ผิวเหนียว กลิ่นแรง ฉีกขาดง่าย หรือไม่ผ่าน test เพื่อให้ทีมเทคนิคเลือกสูตรได้แม่นยำขึ้น

ลูกค้าสามารถส่งรูปชิ้นงาน ตัวอย่างสินค้าเดิม หรือ requirement ที่ต้องการ เช่น ความนิ่ม สี ผิวสัมผัส วิธีผลิต และมาตรฐานที่ต้องผ่าน ให้ทีม VIC ช่วยวิเคราะห์เบื้องต้น จากนั้นจึงคัดเลือกเกรดหรือพัฒนาสูตรสำหรับทดลองผลิตจริงได้

Scroll to Top