fbpx

TPV กับ TPO : วัสดุที่คล้ายแต่ต่างกัน

TPV กับ TPO: วัสดุที่คล้ายแต่ต่างกัน

Thermoplastic Vulcanizates (TPE-V หรือ TPV) เป็นวัสดุที่เป็นหนึ่งในกลุ่มของ Thermoplastic Elastomers (TPE) ซึ่งมีการพัฒนามาจาก Thermoplastic Olefins (TPO) จากการใช้ Polypropylene (PP) และ Ethylene Propylene Diene Monomer (EPDM) ผสมกันทางกายภาพ TPV เหนือชั้นไปมากกว่า โดยความพิเศษอยู่ที่กระบวนการผลิตที่มีการเกิด Dynamic vulcanization ซึ่งกระบวนการนี้ยาง จะถูกทำให้โครงสร้างภายในเกิดการเปลี่ยนแปลง กระบวนการนี้ส่งผลให้ มีคุณสมบัติที่โดดเด่น ทนทานต่อความร้อน และสภาพอากาศอย่างดีเยี่ยม เมื่อเทียบกับ TPO ซึ่งทำให้ TPV เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความทนทานต่อสภาพอากาศและอุณหภูมิที่สูง

TPV และ TPO คืออะไร?

TPV และ TPO คืออะไร?

Thermoplastic Vulcanizates (TPE-V หรือ TPV)

TPV เป็น วัสดุที่พัฒนามาจาก TPO โดยใช้ PP กับ EPDM ผสมกันเหมือนกัน แต่ระหว่างกระบวนการผสมจะมีการเกิด dynamic vulcanization ทำให้มีความทนความร้อนและทนสภาวะอากาศได้ดีกว่า

Thermoplastic Polyolefins (TPE-O หรือ TPO)

TPO ส่วนใหญ่เป็นพอลิเมอร์ผสมระหว่าง PP (Polypropylene) กับยาง EPDM (Ethylene Propylene Diene Monomer) ที่ยังไม่ผ่านการ Crosslink (การเชื่อมขวาง) นิยมใช้เมื่อต้องการเพิ่มความเหนียว หรือต้องการความทนทานต่อแรงกระแทกที่มากกว่า

คุณสมบัติของ TPV และ TPO

เป็นวัสดุประเภทเทอร์โมพลาสติกยาง ที่มีความยืดหยุ่นสูง ทนทาน และสามารถแปรรูปด้วยความร้อนได้

TPV

  • ทนความร้อนสูง (100°C – 150°C)
  • ทนสภาพอากาศ รังสี UV สารเคมี น้ำมัน
  • ทนแรงดึง แรงกระแทก การเสียดสี
  • ยืดหยุ่นสูง คืนตัวได้ดี
  • สามารถรีไซเคิลได้

TPO

  • ทนความร้อนปานกลาง (70°C – 100°C)
  • ทนสภาพอากาศ รังสี UV สารเคมี น้ำมัน
  • ทนแรงดึง แรงกระแทก การเสียดสี
  • ยืดหยุ่นสูง
  • ราคาถูกกว่า TPV
  • สามารถรีไซเคิลได้

ข้อแตกต่างระหว่าง TPV และ TPO

กระบวนการผลิต : TPV ผลิตผ่านกระบวนการ dynamic vulcanization ทำให้ยางในส่วนผสมมีการ crosslink ในขณะที่ยังคงคุณสมบัติการเป็นเทอร์โมพลาสติก ในขณะที่ TPO ไม่ได้รับการ crosslink ในระหว่างการผลิตเป็นเพียงการผสมทางกายภาพ

ทนทานต่อสภาวะแวดล้อม : TPV มีความทนทานต่อความร้อนและสภาพอากาศที่เหนือกว่าเมื่อเทียบกับ TPO เนื่องจากกระบวนการ vulcanization ที่ทำให้มีคุณสมบัติด้านความทนทานที่เหนือกว่า

การใช้งาน : มีความทนต่อความร้อนและสภาวะอากาศที่ดีกว่า จึงมักถูกเลือกใช้ในส่วนที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่หนักหน่วงและยืดหยุ่นมากกว่า เช่น ซีลประตู, ซีลหน้าต่าง และส่วนประกอบที่อยู่ภายนอกตัวรถ ในขณะที่ TPO มักจะถูกใช้ในส่วนที่ต้องการความทนทานต่อการกระแทกและความเหนียวสูง เช่น บัมเปอร์ และแดชบอร์ด

การเลือกใช้วัสดุ TPV และ TPO อย่างเหมาะสม

การเลือกใช้วัสดุ TPV และ TPO อย่างเหมาะสม

เป็นวัสดุทดแทนยางที่มีความยืดหยุ่น ทนทาน และสามารถแปรรูปได้ง่าย แต่ละวัสดุมีจุดเด่นและจุดด้อยต่างกัน การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับคุณสมบัติที่ต้องการและลักษณะการใช้งาน

TPV เหมาะสำหรับ

  • ชิ้นส่วนที่ต้องสัมผัสกับความร้อนสูง เช่น ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์
  • ชิ้นส่วนที่ต้องสัมผัสกับสารเคมี เช่น ซีล ปะเก็น สายยาง
  • ชิ้นส่วนที่ต้องใช้งานกลางแจ้ง ทนแดด ทนฝน

TPO เหมาะสำหรับ

  • ชิ้นส่วนที่ต้องการความทนทาน ทนทานต่อแรงกระแทก
  • ชิ้นส่วนที่ต้องการราคาประหยัด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
Scroll to Top